top of page

Data Center มีกี่รูปแบบ? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับองค์กร

Sep 29
3 min read

เมื่อองค์กรต้องพึ่งพา Cloud, AI, Big Data และระบบ Digital Business มากขึ้น Data Center จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการทำงานของระบบ IT โดยปัจจุบัน Data Center มีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ ละแบบมีข้อดีและเหมาะกับธุรกิจแตกต่างกัน ดังนั้นวันนี้ Tech IT Up จะพาทุกคนมาดูกันว่า Data Center มีกี่รูปแบบ เพื่อให้คุณสามารถเลือกแบบที่เหมาะกับความต้องการขององค์กรได้ครับ


Data Center คืออะไร?

Data Center คือศูนย์กลางสำหรับติดตั้งและดูแลระบบ IT ขององค์กร เช่น Server, Storage, Network และระบบความปลอดภัย เพื่อให้ Application และบริการดิจิทัลทำงานได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากอุปกรณ์ IT แล้ว Data Center ยังต้องมีระบบสนับสนุน เช่น ระบบไฟฟ้า UPS ระบบสำรองไฟ ระบบระบายความร้อน และ Network Connectivity เพื่อช่วยให้ระบบมีความปลอดภัยและรองรับการทำงานขององค์กรได้อย่างต่อเนื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง : Data Center คืออะไร

 

Data Center มีกี่รูปแบบ?

Data Center ที่องค์กรเลือกใช้งานได้มีหลายรูปแบบ โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบหลัก ซึ่งแต่ละรูปแบบมีวิธีลงทุนและดูแลระบบขององค์กรแตกต่างกัน ดังนี้


1. On-Premises Data Center

On-Premises Data Center คือ Data Center ที่องค์กรเป็นเจ้าของและดูแลระบบ IT ด้วยตัวเอง โดยติดตั้ง Server, Storage และ Network ไว้ในสถานที่หรือพื้นที่ที่องค์กรควบคุม

ข้อดี

  • ควบคุม Infrastructure และ Security Policy ได้เอง

  • ออกแบบ Hardware และ Network ให้เหมาะกับการใช้งานได้

  • เหมาะกับ Workload หรือข้อมูลที่มีข้อกำหนดเฉพาะ

ข้อจำกัด

  • องค์กรต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการดูแลระบบเอง

  • มีค่าใช้จ่ายด้าน Server, Storage, ไฟฟ้า, Cooling และ Network

  • ต้องมีทีม IT สำหรับดูแลระบบ

 

2. Colocation Data Center

Colocation Data Center คือการนำ Server และอุปกรณ์ IT ขององค์กรไปติดตั้งใน Data Center ของผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการจะดูแลระบบพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า Cooling, Network และความปลอดภัย ส่วนองค์กรยังเป็นเจ้าของและดูแล Server ของตัวเอง จึงไม่ต้องลงทุนสร้าง Data Center เอง

ข้อดี

  • ลดค่าใช้จ่ายในการสร้างและดูแล Data Center

  • มีระบบไฟฟ้า Cooling และความปลอดภัยพร้อมใช้งาน

  • มี Network Connectivity ให้เลือก

  • สามารถขยายพื้นที่ได้ตามความต้องการ

ข้อจำกัด

  • องค์กรต้องดูแล Server และ Hardware เอง

  • ต้องเลือกผู้ให้บริการ Infrastructure ที่มีความพร้อมสูง

 

3. Cloud Data Center

Cloud Data Center คือการใช้ Infrastructure ผ่านผู้ให้บริการ Cloud โดยองค์กรสามารถเลือกใช้ Compute, Storage, Network และบริการต่าง ๆ ตามความต้องการ โดยไม่ต้องซื้อและดูแล Server เองทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถเพิ่มหรือลด Resource ได้ตามการใช้งาน จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นนั่นเอง

ข้อดี

  • เริ่มต้นใช้งานได้รวดเร็ว

  • ลดการลงทุนด้าน Hardware

  • เพิ่มหรือลด Resource ได้ตาม Workload

  • รองรับการขยายระบบได้ง่าย

  • มีบริการ IT Infrastructure ให้เลือกหลากหลาย

ข้อจำกัด

  • ต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

  • ต้องวางระบบ Cloud Architecture ให้เหมาะกับงาน

  • ต้องดูแล Security และ Access Control

  • ค่าใช้บริการบางประเภทอาจเพิ่มขึ้นตามการใช้งาน

 

4. Hybrid Data Center

Hybrid Data Center คือการนำ Data Center มากกว่าหนึ่งรูปแบบมาใช้งานร่วมกัน เช่น On-Premises และ Cloud โดยองค์กรสามารถเลือกเก็บข้อมูลหรือระบบสำคัญไว้ภายในองค์กร และนำระบบที่ต้องการความยืดหยุ่นหรือขยายได้ง่ายไปใช้งานบน Cloud จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนระบบโดยไม่ต้องย้ายทั้งหมดในครั้งเดียว

ข้อดี

  • เลือกรูปแบบให้เหมาะกับแต่ละ Workload ได้

  • ควบคุมข้อมูลสำคัญได้ตามต้องการ

  • ใช้ Cloud เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับการขยายระบบ

  • ช่วยให้องค์กรย้ายระบบไป Cloud ได้ทีละส่วน

ข้อจำกัด

  • บริหารจัดการซับซ้อนกว่าการใช้ Infrastructure รูปแบบเดียว

  • ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม

 

5. Edge Data Center

Edge Data Center คือการนำ Compute และ Storage ไปติดตั้งไว้ใกล้ผู้ใช้งาน เพื่อให้ประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องส่งข้อมูลทั้งหมดกลับไปยัง Data Center หรือ Cloud ส่วนกลาง เหมาะกับงานที่ต้องการการตอบสนองแบบ Real-Time

ข้อดี

  • ลดเวลาในการส่งและประมวลผลข้อมูล

  • เหมาะกับงานที่ต้องการการตอบสนองรวดเร็ว

  • รองรับการประมวลผลข้อมูลใกล้แหล่งกำเนิด

  • เหมาะกับระบบ IoT, Smart Factory และงาน Real-Time

ข้อจำกัด

  • ต้องติดตั้งและดูแล Infrastructure หลายพื้นที่

  • ต้องวางแผนเรื่อง Network, Security และการดูแลอุปกรณ์แต่ละจุด

 

เปรียบเทียบ Data Center แต่ละรูปแบบ

Data Center แต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกัน เช่น การลงทุน การควบคุมระบบ และการขยายระบบ การเลือกใช้ เพราะฉะนั้นเราขอแนะนำให้คุณดูจากลักษณะงานและความต้องการขององค์กรเป็นหลักครับ

รูปแบบ

การลงทุน

Control

Scalability

เหมาะกับ

On-Premises

สูง

สูงมาก

ปานกลาง

องค์กรที่ต้องการควบคุม Infrastructure

Colocation

ปานกลาง

สูง

ปานกลาง-สูง

องค์กรที่มี Hardware ของตัวเอง

Cloud

ต่ำ-ปานกลาง

ปานกลาง

สูงมาก

ระบบที่ต้องการความยืดหยุ่น

Hybrid

ปานกลาง-สูง

สูง

สูง

องค์กรที่ใช้ทั้ง On-Premises และ Cloud

Edge

ปานกลาง-สูง

สูง

ขึ้นอยู่กับ Architecture

IoT, AI และระบบ Real-Time

*หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายจริงอาจขึ้นอยู่กับ Workload, Hardware, License, Network, Data Transfer และระดับบริการที่องค์กรต้องการเลือกใช้

 

องค์กรควรเลือก Data Center แบบไหน?

การเลือก Data Center ไม่มีรูปแบบที่เหมาะกับทุกองค์กร ควรเริ่มจากความต้องการของธุรกิจและลักษณะการใช้งานของระบบ แล้วค่อยเลือกรูปแบบที่เหมาะสม เช่น

  • SME หรือบริษัทที่มีทีม IT ขนาดเล็ก : Cloud หรือ Colocation ช่วยลดภาระในการดูแล Infrastructure

  • Enterprise ที่มีระบบสำคัญจำนวนมาก : อาจเลือกใช้ On-Premises หรือ Hybrid ช่วยควบคุมระบบสำคัญ พร้อมใช้ Cloud กับระบบที่ต้องการความยืดหยุ่น

  • องค์กรที่กำลังย้ายระบบไป Cloud : Hybrid ช่วยให้ทยอยย้าย Workload ได้ เพราะไม่ต้องย้ายทุกระบบพร้อมกัน

  • องค์กรที่ใช้ AI หรือ IoT : ควรพิจารณา Cloud และ Edge Data Center เพื่อช่วยรองรับการประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะงานที่ต้องการการตอบสนองรวดเร็ว

 

5 ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือก Data Center

ก่อนเลือก Data Center องค์กรควรดูความต้องการของธุรกิจ การใช้งานระบบ และค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณา ดังนี้

1. Business Requirement : ระบบ IT มีความสำคัญต่อธุรกิจมากแค่ไหน หากระบบหยุดทำงาน ธุรกิจจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

2. Security & Compliance : ข้อมูลมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือการจัดเก็บหรือไม่ เช่น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลสำคัญขององค์กร

3. Scalability : องค์กรมีแผนขยายระบบในอนาคตหรือไม่ หาก Workload เพิ่มขึ้น Infrastructure ก็ควรรองรับการขยายได้

4. Total Cost of Ownership : ไม่ควรดูแค่ราคา Server แต่ควรคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น Hardware, Software, License, Maintenance และบุคลากร เป็นต้น

5. Availability & Disaster Recovery : พิจารณาว่าระบบพร้อมใช้งานมากแค่ไหน หาก Data Center มีปัญหา องค์กรสามารถกู้ระบบกลับมาใช้งานได้เร็วแค่ไหน

 

สรุป

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ตอนนี้คุณคงได้คำตอบแล้วว่า Data Center มีกี่รูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้ Data Center จึงควรดูจากความต้องการขององค์กรเป็นหลัก ทั้งลักษณะงาน ข้อมูลที่ต้องดูแล การรองรับการขยายในอนาคต และค่าใช้จ่ายที่ตามมา เพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานและรองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาวครับ


FAQ คำถามที่พบบ่อย

Data Center มีกี่รูปแบบ?

โดยทั่วไปสามารถแบ่ง Data Center ที่องค์กรใช้งานเป็น 5 รูปแบบหลัก ได้แก่ On-Premises, Colocation, Cloud, Hybrid และ Edge Data Center

ขึ้นอยู่กับ Business Requirement หากต้องการ Control สูงอาจเลือก On-Premises หากต้องการความยืดหยุ่นและลดการลงทุน Hardware Cloud อาจเหมาะกว่า ส่วนองค์กรที่ต้องใช้ทั้งสองแนวทางสามารถเลือก Hybrid Data Center

Cloud ใช้ Data Center เป็น Infrastructure เบื้องหลัง แต่ผู้ใช้งานจะเข้าถึง Compute, Storage และบริการ IT ผ่าน Cloud Platform โดยไม่จำเป็นต้องบริหาร Physical Infrastructure ด้วยตัวเอง

Hybrid Data Center คือการนำ Infrastructure เช่น On-Premises และ Cloud มาใช้งานร่วมกัน เพื่อให้แต่ละ Workload ทำงานบนสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องประมวลผลข้อมูลใกล้แหล่งกำเนิดและต้องการ Low Latency เช่น Smart Factory, IoT, AI, Video Analytics และระบบ Real-Time

ค่าใช้จ่ายอาจประกอบด้วย Server, Storage, Network, Software License, Electricity, Cooling, Maintenance, Security, Backup, Disaster Recovery และบุคลากร โดยควรวิเคราะห์ในรูปแบบ TCO

กำลังวางแผน Data Center ขององค์กร?

Tech It Up พร้อมช่วยวิเคราะห์ IT Infrastructure, Cloud, Server, Storag และ Data Center Solution ให้เหมาะกับ Workload, Security Requirement และงบประมาณขององค์กร



💬 สนใจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก TIU

📞 02-718-1599

📱 Line : @techitup

Comments


🎁 Add LINE @techitup รับส่วนลด 100 บาท • 💙 New Member Welcome Gift • 🛒 เมื่อซื้อครบ 3,000 บาท    

🎁 Add LINE @techitup รับส่วนลด 100 บาท • 💙 New Member Welcome Gift • 🛒 เมื่อซื้อครบ 3,000 บาท    

5pm-8pm

DAILY

รับส่วนลดทันที!

เพิ่มเพื่อนใน LINE

รับส่วนลด

100.-

เมื่อซื้อครบ 3,000 บาทขึ้นไป

LINE Official Account QR code for contacting Tech IT Up and receiving IT solutions, promotions, and customer support.

สแกน QR Code

หรือแอดไลน์

@techitup

bottom of page